บ้านขนมไทย

‘บ้านขนมไทย’ สูตรเดิมเติมไอเดีย อร่อยพอดีคำ ต้อนรับเทศกาล

บ้านขนมไทย
ขนมชั้นรูปดอกไม้หน้าตาสวยงามจาก “บ้านขนมไทย”

ขนมไทยหลากหลายชนิดของร้าน “บ้านขนมไทย” ใส่ความคิดสร้างสรรค์ แปลงโฉมหน้าตาให้แปลกใหม่ สวยงาม ขนาดชิ้นพอดีคำ สะดวกต่อการกิน ขณะที่รสชาติยังคงอร่อยหอมหวานแบบไทย นับเป็นไอเดียเพิ่มมูลค่าสินค้า ขยายสู่ตลาดใหม่ สำหรับเป็นสินค้าของฝากของขวัญมอบในงานเทศกาลต่างๆ

พรพรรณ กรประดิษฐ์ศิลป์ เจ้าของธุรกิจ เล่าว่า ร้านบ้านขนมไทยมีอายุมากกว่า 30 ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นคุณแม่ ทำขายอยู่ที่ตลาดมหานาค จนเมื่อเข้ามาสานต่ออาชีพ ได้ขยายจากแค่ขายหน้าร้าน สู่ขายส่งร้านค้าปลีกตามตลาดต่างๆ

เวลานั้น ยังเป็นขนมไทยรูปแบบเดิมๆ เน้นตลาดล่าง พรพรรณเห็นถึงจุดอ่อนที่กำไรต่อหน่วยน้อยมาก และตลาดค่อนข้างเต็มแล้ว ดังนั้น ได้เข้าอบรมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ และหลักสูตรพัฒนาผลิตภัณฑ์ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำ มาสู่การยกระดับเพิ่มมูลค่าขนมไทยมุ่งเจาะตลาดบน พัฒนาขนมให้มีขนาดพอดีคำ สะดวกพร้อมกิน เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ และปรับรูปโฉมให้สวยงามแปลกตายิ่งขึ้น

“การพัฒนาจะมีทั้งรูปแบบภายนอก เช่น ขนมชั้นจากแผ่นสี่เหลี่ยม ก็เปลี่ยนมาใช้แม่พิมพ์รูปทรงดอกไม้ และจัดเป็นชุด นอกจากนั้น พัฒนาคุณภาพ เนื่องจากขายในราคาสูงขึ้น สามารถใช้วัตถุดิบคุณภาพดีขึ้นด้วย เช่น กะทิที่เดิมใช้หัวกับหาง ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้หัวกะทิทั้งหมดได้” พรพรรณ อธิบาย และเสริมต่อว่า

บ้านขนมไทย
พรพรรณ กรประดิษฐ์ศิลป์ (ซ้าย) และเบญญทิพย์ สุขุมอำนวยชัย เจ้าของธุรกิจ “บ้านขนมไทย”

เมนูขนมไทยโฉมใหม่ไม่จำเป็นต้องลงทุนมากนั้น สิ่ง สำคัญอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ ในการนำอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม หรือที่วางขายในท้องตลาดมาดัดแปลงใช้ทำขนม รวมถึง ผสมผสานเมนูเดิมๆ ให้เกิดเป็นเมนูใหม่ เช่น ใช้ที่บีบครีมแต่งหน้าเค้กมาทำขนมอาลัวรูปดอกกุหลาบ หรือใช้ถาดวางไข่ไก่ มาเป็นแม่พิมพ์ขนมชั้น ตรงกลางวางขนมทองหยอด ได้ออกมาเป็นขนมชั้นที่หน้าตาเหมือนไข่ต้มไม่มีผิด

ส่วนกล่อง หรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ หากจะว่าจ้างโรงงานผลิตต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ดังนั้น ประยุกต์นำบรรจุภัณฑ์ขนมต่างประเทศมาใส่ขนมไทย เช่น ใช้กล่องช็อกโกแลตใส่ขนมชั้น ถ้วยคัพเค้กใส่ขนมทองหยิบ เป็นต้น

แม้รูปโฉมภายนอกจะ เปลี่ยนแปลงไป แต่สำหรับรสชาติแล้ว คงเอกลักษณ์ความหอมหวานของขนมไทยแท้ๆ ซึ่งเป็นรสชาติที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบและนิยมอยู่เสมอ

พรพรรณ เผยว่า ขนมไทยรูปแบบใหม่ๆ ของบ้านขนมไทยได้การตอบอย่างดียิ่ง ที่ สำคัญ คือ ช่วยเปิดหาตลาดใหม่ ขยายสู่กลุ่มสินค้าระดับบน โดยจัดเป็นชุดขนมสำหรับงานจัดเลี้ยง พิธีมงคลต่างๆ งานอบรมสัมมนาตามโรงแรม และจัดเป็นกระเช้าของขวัญ มอบในเทศกาลวันสำคัญต่างๆ


บ้านขนมไทยรุกเปิดตลาดขนมไทยประจำเมืองนนท์

นอกจากพรพรรณแล้ว ปัจจุบัน “เบญญทิพย์ สุขุมอำนวยชัย” ได้เข้ามาร่วมหุ้น จากเดิมที่เป็นลูกค้าสั่งขนมไปขายต่อมายาวนาน จนสนิทสนมรู้ใจกันเป็นอย่างดี ในที่สุดจากคู่ค้า กลายเป็นเพื่อนซี้ และที่สุดตัดสินใจเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ

ไอเดียคู่ซี้เพื่อต่อยอดธุรกิจออกไป ได้ยกระดับขนมไทยให้มีความพิเศษแตกต่างมากขึ้นไปอีก นอกจากภายนอกจะสวยงามแล้ว ภายในขนมจะยัดไส้ต่างๆ ไว้ด้วย โดยเน้นไส้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ เช่น ผลไม้ต่างๆ งาดำ เป็นต้น

นอกจากนั้น กำลังมุ่งขยายตลาดในย่านจังหวัดนนทบุรี ภายใต้แบรนด์ใหม่ว่า “บ้านขนมไทย เบญญทิพย์” วางตำแหน่งธุรกิจให้เป็นศูนย์รวมขนมไทยประจำเมืองนนท์ ภายใต้แนวคิดว่า หากคิดถึงขนมไทยเมืองนนท์ต้องมาที่ร้าน “บ้านขนมไทย เบญญทิพย์”

บ้านขนมไทย
ขนมชั้นเลียนแบบช็อกโกแลคของบ้านขนมไทย

“พวกเราเห็นช่องว่างตลาดที่เมื่อพูดถึงขนมไทยประจำเมืองนนท์แล้ว คนทั่วไปจะคิดถึงแค่เป็นขนมที่เกาะเกร็ด แต่ยังไม่มียี่ห้อใดที่ลูกค้าจดจำได้ดี โดยเฉพาะขนมไทยแนวใหม่ ยิ่งไม่เคยมีมาก่อน ประกอบกับเห็นว่า พื้นที่ จ.นนทบุรี อนาคตจะเติบโตอีกมาก เพราะมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน และหมู่บ้านใหม่ๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก ดังนั้น ตัดสินใจลงทุนเปิดหน้าร้านที่ตลาดสมบัติบุรี สำหรับเป็นจุดผลิต จำหน่าย และกระจายสินค้าไปตามร้านสาขาต่างๆ ใน จ.นนทบุรี ได้แก่ หน้าวัดบรมราชากาญจนาภิเษก (เล่งเน๋ยยี่ 2) และสาขาห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์” พรพรรณ เผย

สำหรับขนมไทยแนวใหม่ของร้านบ้านขนมไทยขณะ นี้มีกว่า 20 รายการ เช่น ขนมชั้น วุ้น ตะโก้ มะพร้าวแก้ว ฯลฯ ราคาอยู่ที่ 5-10 บาทต่อชิ้น หากจัดเป็นชุดของขวัญเฉลี่ย 400-500 บาทต่อชุด ทั้ง หมดผลิตสดใหม่ วันต่อวัน ไม่ได้ใส่สารกันเสียใดๆ ทั้งสิ้น มีแรงงานผลิตทั้งหมด 7 คน โดยเฉลี่ยผลิตได้วันละ 1,000 ชิ้นขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลพิเศษอย่างปีใหม่ ยอดออเดอร์จะเพิ่มมากเป็นทวีคูณ จนผลิตกันไม่ทัน

เจ้าของธุรกิจบ้านขนมไทย สรุปตอนท้ายด้วยว่า ข้อ ดีของการปรับโฉมขนมไทยเพื่อหาตลาดใหม่ แม้ต้นทุนการผลิตจะสูงกว่าเดิม 50% แต่กำไรต่อหน่วยเพิ่มขึ้นถึง 100% โดยใช้แรงงานและเวลาการผลิตเท่าเดิม ส่งผลให้ในปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของร้าน มาจากกลุ่มขนมรูปแบบใหม่ถึง 50% ควบคู่กับตลาดเดิมอีก 50% ช่วยให้ธุรกิจมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะต้องพึ่งพาเฉพาะตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียว

โทร.08-4100-2224 , 08-7514-8152 หรือ www.kanomchan.com

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

One thought on “บ้านขนมไทย

  1. February 19, 2011 at 3:45 pm

    น่ากินมากครับ

    VA:F [1.9.22_1171]
    Rating: 0 (from 0 votes)

Leave a Reply

Your email address will not be published.